ทำไมไปทางเรือ
สามวัดนี้เกิดและโตมากับแม่น้ำ ทางที่สวยและง่ายที่สุดในการเดินทางไปจึงเป็นทางเรือ ไม่ใช่ทางรถ — ไม่ต้องเจอรถติด ได้เห็นวัดจากมุมแม่น้ำแบบที่คนสมัยก่อนเห็น และค่าเรือข้ามฟากถูกมาก ที่พักเราอยู่ริมเจ้าพระยาฝั่งธนฯ เหมือนวัดอรุณและวัดกัลยาณมิตร ท่าเรืออยู่ท้ายซอย เราเลยจัดเส้นทางที่ต่อเรือข้ามฟากและเรือด่วนเป็นทอด ๆ ไล่จากวัดโพธิ์ฝั่งพระนคร ข้ามมาวัดอรุณ แล้วลงใต้ไปวัดกัลยาณมิตร ก่อนวนกลับที่พัก ใครไม่อยากต่อเรือหลายทอดจะเรียก Grab เสริมบางช่วงก็ได้
เส้นทาง
- 08:00 — ออกจากที่พัก ลงเรือไปท่าเตียน (วัดโพธิ์) เดินไปท่าเรือท้ายซอย ข้ามเรือ 5 บาทไปฝั่งพระนคร แล้วต่อเรือด่วนเจ้าพระยาขึ้นเหนือไปลงท่าเตียน (เรือด่วนวิ่งจันทร์–ศุกร์ วันเสาร์อาทิตย์ใช้เรือท่องเที่ยวธงฟ้าจากท่าราชวงศ์ไปท่าเตียนแทน) หรือจะเรียก Grab ไปส่งหน้าวัดโพธิ์เลยก็ได้ ไปเช้าแบบนี้แดดยังไม่แรงและวัดยังไม่แน่น
- 08:30 — วัดโพธิ์: พระนอนและนวดแผนไทย ไฮไลต์คือพระพุทธไสยาสน์ปิดทองยาวราว 46 เมตร ฝ่าพระบาทฝังมุกลายมงคล 108 ประการ เดินชมหมู่พระเจดีย์และจารึกตำรายาที่นี่ วัดโพธิ์คือต้นตำรับโรงเรียนนวดแผนไทย ถ้ามีเวลานวดเท้าสัก 30 นาทีก่อนเดินต่อจะสดชื่นมาก (วัดนี้มีค่าเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติ)
- 10:00 — เรือข้ามฟากท่าเตียน → วัดอรุณ ออกจากวัดโพธิ์เดินไปท่าเตียน ขึ้นเรือข้ามฟากไปวัดอรุณฝั่งตรงข้าม ค่าเรือหลักบาท ข้ามไม่กี่นาที เห็นพระปรางค์ค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นระหว่างเรือแล่นเข้าฝั่ง เป็นมุมถ่ายรูปที่คลาสสิกที่สุดมุมหนึ่งของกรุงเทพฯ
- 10:20 — วัดอรุณ: ปีนพระปรางค์ริมน้ำ พระปรางค์ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบและเปลือกหอยนับไม่ถ้วน ปีนบันไดชันขึ้นไปชั้นกลางได้ (จับราวให้มั่น) มองกลับไปเห็นแม่น้ำและวัดโพธิ์ฝั่งตรงข้าม วัดนี้สวยทั้งกลางวันและตอนเย็น มีค่าเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติเช่นกัน
- 11:30 — ลงใต้ไปวัดกัลยาณมิตร (ฝั่งธนฯ) วัดกัลยาณมิตรอยู่ริมน้ำฝั่งธนฯ ถัดลงมาทางใต้ ไปได้ด้วยเรือข้ามฟากช่วงสั้น ๆ หรือเดิน/เรียก Grab ต่ออีกนิด วัดนี้เงียบและคนน้อยกว่าสองวัดแรก บรรยากาศริมน้ำสงบ
- 11:50 — วัดกัลยาณมิตร: หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ พระวิหารหลวงประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่คนเรียกกันว่า "หลวงพ่อโต" (ซำปอกง) ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนนับถือ วัดนี้มีกลิ่นอายจีนชัดเจน ใกล้กันคือย่านกุฎีจีนและโบสถ์ซางตาครู้ส เดินต่อไปแวะขนมฝรั่งกุฎีจีนได้ถ้ายังมีแรง
- 12:45 — วนกลับที่พัก จากวัดกัลยาณมิตรกลับที่พักได้หลายทาง: ต่อเรือด่วนขึ้นเหนือแล้วข้ามฟากที่ท่าราชวงศ์ (จันทร์–ศุกร์) หรือเรียก Grab ข้ามสะพานกลับคลองสาน ~10–15 นาที ถึงที่พักช่วงบ่ายต้น ๆ พักหลบร้อน แล้วค่อยออกอีกทีตอนเย็น
ภาพจากเส้นทาง
ภาพประกอบ · Wikimedia Commons · credits
ทริคเล็ก ๆ จากเรา
- แต่งกายให้ผ่านประตูวัด: ทุกวัดต้องคลุมไหล่และเข่า งดเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้นเหนือเข่า พกผ้าคลุมบาง ๆ ติดกระเป๋าไว้เผื่อ
- ไปเช้าคุ้มที่สุด: ก่อน 09:00 แดดยังไม่แรงและคนน้อย ยิ่งวัดโพธิ์และวัดอรุณช่วงสายจะแน่นและร้อนมาก
- เตรียมเงินสด: ค่าเรือข้ามฟากและค่าเข้าชมวัดรับเงินสด พกแบงก์ย่อยและเหรียญไว้ให้พร้อม
- รองเท้าถอดง่าย: เข้าพระอุโบสถต้องถอดรองเท้า ใส่รองเท้าที่ถอด-ใส่สะดวกจะคล่องกว่ามาก
- ตัดให้สั้นได้: ถ้าเวลาน้อยหรืออากาศร้อนจัด เลือกแค่วัดโพธิ์กับวัดอรุณที่อยู่ตรงข้ามกัน แล้วเก็บวัดกัลยาณมิตรไว้วันหลัง
ถามบ่อย
ต้องเสียค่าเข้าวัดไหม เท่าไร
วัดโพธิ์และวัดอรุณมีค่าเข้าชมสำหรับชาวต่างชาติ ส่วนวัดกัลยาณมิตรตามปกติเข้าไหว้พระได้โดยไม่มีค่าเข้า ราคาค่าเข้าปรับได้เป็นระยะ เราแนะนำให้เช็คหน้างานหรือถามเราก่อนออกเพื่อความชัวร์
เดินทางด้วยเรืออย่างเดียวได้จริงไหม
วันจันทร์ถึงศุกร์ทำได้เกือบทั้งเส้นทางด้วยเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยา (ตารางเรือด่วนตั้งแต่ 6 ต.ค. 2569 วิ่งเฉพาะวันธรรมดา วันหยุดใช้เรือท่องเที่ยวธงฟ้าแทนได้) แต่บางช่วงต่อเรือหลายทอดและต้องรอรอบเรือ ถ้าอยากประหยัดเวลาหรือมากันหลายคน เรียก Grab เสริมบางช่วงจะสะดวกกว่า
ต้องแต่งตัวยังไงเข้าวัด
ทุกวัดต้องคลุมไหล่และเข่า งดเสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้นเหนือเข่า พกผ้าคลุมบาง ๆ ติดกระเป๋าไว้เผื่อ และใส่รองเท้าที่ถอด-ใส่ง่าย เพราะเข้าพระอุโบสถต้องถอดรองเท้าทุกวัด
* รอบเรือ ค่าเรือ ค่าเข้าชมวัด และเวลาเปิด-ปิดเปลี่ยนได้ เวลาในหน้านี้เป็นค่าประมาณ เช็คหน้างานหรือถามเราก่อนออก
เขียนโดยทีม House of Happiness · ปรับปรุงล่าสุด